แฟรงก์ มาร์ติน (รับบทโดย เจสัน สเตแธม) คือมือขับรถระดับสุดยอด ผู้เป็นที่รู้จักกันเพียงในนามว่า “เดอะ ทรานสปอร์เตอร์” เขาเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่เคยได้รับการยกย่องอย่างสูง แต่ด้วยความผิดหวังต่อผู้บังคับบัญชาในอดีต และความทรงจำอันโหดร้ายจากชีวิตทหาร ทำให้เขาเลือกวางมือจากกองทัพ และมาใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส พร้อมอาชีพเสริมที่ทำเงินมหาศาล
งานของแฟรงก์คือการ ขนส่งทุกอย่างจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยไม่ตั้งคำถาม ไม่สนใจว่าของที่ขนคืออะไร ขอแค่จ่ายเงินครบ ตรงเวลา และเขาจะทำหน้าที่ให้ลุล่วงเสมอ เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมืออาชีพที่เก่งที่สุดในวงการนี้
ในการทำงาน แฟรงก์ยึดถือ กฎเหล็กสามข้อ อย่างเคร่งครัด
ข้อที่หนึ่ง: “ไม่มีการเปลี่ยนข้อตกลง เมื่อรับงานแล้วถือว่าสิ้นสุด”
ข้อที่สอง: “ไม่ถามชื่อ”
ข้อที่สาม: “ห้ามเปิดพัสดุเด็ดขาด”
วันหนึ่ง แฟรงก์ได้รับการว่าจ้างให้ขนส่ง “ชายสามคน น้ำหนักรวม 254 กิโลกรัม” แต่เมื่อถึงเวลาจริง กลับมีชายถึงสี่คนขึ้นรถ หลังเพิ่งก่อเหตุปล้นธนาคารมา แฟรงก์ปฏิเสธจะออกรถทันที โดยยึดกฎข้อที่หนึ่งอย่างเด็ดขาด จนในที่สุด หนึ่งในสมาชิกแก๊งถูกฆ่าทิ้งโดยพวกเดียวกันเอง แฟรงก์จึงยอมขับรถพาชายที่เหลือหนีไป
เมื่อถึงจุดหมาย แก๊งโจรพยายามเสนอเงินเพิ่มเพื่อให้แฟรงก์พาไปไกลจากเมืองมากขึ้น แต่เขาปฏิเสธอีกครั้งตามกฎเดิม พวกโจรจึงหนีต่อด้วยรถคันอื่น ส่วนแฟรงก์ก็แยกตัวกลับบ้าน
แฟรงก์กลับถึงคฤหาสน์ส่วนตัวทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และได้ทราบข่าวจากโทรทัศน์ว่าแก๊งปล้นธนาคารถูกจับกุม หลังประสบอุบัติเหตุรถชนระหว่างการหลบหนี ไม่นานนัก สารวัตรตำรวจท้องถิ่น ทาร์โคนี ซึ่งเป็นคนรู้จักของแฟรงก์ แวะมาสอบถามเรื่องรถ เนื่องจากรถที่ใช้ก่อเหตุมีรุ่นและลักษณะเดียวกับของแฟรงก์ แต่แม้จะสงสัย เขาก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ เพราะแฟรงก์จัดการลบหลักฐานทั้งหมด รวมถึงเปลี่ยนป้ายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ทาร์โคนีจึงจำใจกลับไป
ต่อมา แฟรงก์ได้รับงานใหม่ ให้ขนส่งพัสดุไปส่งให้นักเลงอเมริกันคนหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ วอลล์สตรีต ระหว่างทาง เขาสังเกตเห็นว่าพัสดุนั้นมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน แต่เขายังคงยึดกฎข้อที่สาม ไม่เปิดดู
จนกระทั่งรถยางแบนระหว่างทาง แฟรงก์ตัดสินใจฝ่าฝืนกฎของตัวเองเป็นครั้งแรก และเปิดพัสดุที่ถูกใส่ไว้ท้ายรถตั้งแต่ต้นทาง สิ่งที่เขาพบคือ หญิงสาวที่ถูกมัดและปิดปาก เขาเจาะรูเล็ก ๆ ให้เธอหายใจ และยื่นน้ำผลไม้ให้ดื่ม ก่อนจะนำตัวเธอไปส่งตามข้อตกลง
หลังส่งพัสดุเสร็จ วอลล์สตรีตเสนอให้แฟรงก์ขนส่งกระเป๋าเอกสารไปอีกที่หนึ่ง แฟรงก์ลังเลแต่ก็ยอมรับงาน ระหว่างทาง เขาแวะพักที่ปั๊มน้ำมัน แต่กลับพบว่ากระเป๋าเอกสารนั้นเป็น ระเบิด ซึ่งทำให้รถของเขาระเบิดเสียหายยับเยิน แม้ตัวเขาจะรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
แฟรงก์โกรธแค้นอย่างหนัก และย้อนกลับไปที่คฤหาสน์ของวอลล์สตรีต เขากำจัดลูกน้องหลายคนก่อนจะขโมยรถคันหนึ่งหนีออกมา แต่กลับพบว่า “พัสดุ” หรือหญิงสาวคนนั้นถูกมัดติดอยู่เบาะหลังรถ
เขาพาเธอกลับบ้านและช่วยแก้มัด หญิงสาวบอกว่าชื่อ ไหล วันรุ่งขึ้น ทาร์โคนีมาเยี่ยมอีกครั้ง พร้อมป้ายทะเบียนที่ถูกไฟไหม้ และตั้งข้อสงสัยว่าแม่บ้านจะขับรถหรูได้อย่างไร ไหลช่วยยืนยันข้อแก้ตัวของแฟรงก์ ทำให้ทาร์โคนีไม่มีหลักฐานอีกครั้งและจากไป โดยไม่ทันสังเกตว่าไฟหน้ารถแตก
ไม่นานหลังจากนั้น ขีปนาวุธถูกยิงถล่มบ้านของแฟรงก์ เขาและไหลหนีลงท่อระบายน้ำ ว่ายน้ำหนีออกมาก่อนที่บ้านจะระเบิดจนราบเป็นหน้ากลอง
ทั้งสองไปซ่อนตัวในอพาร์ตเมนต์ในเมือง แต่ทาร์โคนีก็ตามพบและพาทั้งคู่ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ เกี่ยวกับเหตุบ้านระเบิด ระหว่างนั้น ไหลแอบเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ของทาร์โคนี และพบข้อมูลว่า วอลล์สตรีตกำลังลักลอบขนแรงงานชาวจีนจำนวนมาก รวมถึงครอบครัวของเธอเอง อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อขายเป็นทาส
แฟรงก์และไหลบุกไปที่สำนักงานของวอลล์สตรีตเพื่อหาหลักฐานเอกสารการขนส่ง แต่กลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า พ่อของไหลเองคือผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์ วอลล์สตรีตและพ่อของไหลใส่ร้ายว่าแฟรงก์ลักพาตัวไหล และพยายามแบล็กเมล์พวกเขา ทาร์โคนีที่ตามมาถึงจุดนั้นไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแฟรงก์ได้ จึงจำเป็นต้องจับเขาเข้าคุก
ภายในสถานี แฟรงก์พยายามอธิบายทุกอย่างจนในที่สุด ทาร์โคนียอมช่วยเขาหลบหนี โดยทำทีว่าแฟรงก์จับเขาเป็นตัวประกัน แฟรงก์ตามรอยพวกอาชญากรไปถึงท่าเรือ ที่ซึ่งตู้คอนเทนเนอร์ถูกขนขึ้นรถบรรทุก แม้จะต่อสู้ฝ่ากองกำลังรักษาการณ์ แต่เขาก็หยุดรถไม่ทัน
แฟรงก์จึงขโมยเครื่องบินขนาดเล็ก และกระโดดร่มลงบนรถบรรทุกกลางทาง จัดการฆ่าวอลล์สตรีตและลูกน้องหลายคน
หลังลงจากรถบรรทุก แฟรงก์ถูกพ่อของไหลซุ่มโจมตี แต่เขารอดชีวิตได้เมื่อไหลยิงพ่อของตัวเองเพื่อช่วยเขา ทาร์โคนีและตำรวจมาถึงในเวลาต่อมา และช่วยเหลือผู้คนที่ถูกขังอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ได้สำเร็จ แฟรงก์และไหลช่วยพาผู้รอดชีวิตขึ้นรถพยาบาล ก่อนเรื่องราวจะจบลง
ในภาพยนตร์ภาคแรก แฟรงก์ขับรถบีเอ็มดับเบิลยู ส่วนในภาคที่สองและสาม เขาใช้รถออดี เอแปด เครื่องยนต์สิบสองสูบ รุ่นดับเบิลยูสิบสอง