แฟรงก์ มาร์ติน (รับบทโดย เจสัน สเตแธม) ย้ายจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศสมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ในวันหนึ่ง เขาถูกแก๊งโจรปล้นรถ 4 คนที่มีอาวุธพอสมควรพยายามชิงรถของเขาในลานจอดรถร้าง แต่แฟรงก์จัดการพวกนั้นได้อย่างง่ายดาย โดยแทบไม่ต้องออกแรงเลย
ในฐานะการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ เขารับหน้าที่เป็นคนขับรถชั่วคราวให้กับครอบครัวมหาเศรษฐี บิลลิงส์ ชีวิตคู่ของ เจฟเฟอร์สัน บิลลิงส์ (แมทธิว โมดีน) และ ออเดรย์ บิลลิงส์ (แอมเบอร์ วัลเลตตา) กำลังตึงเครียดอย่างหนัก เนื่องจากหน้าที่การงานระดับสูงของเจฟเฟอร์สัน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ต้องรับรองรัฐมนตรีปราบปรามยาเสพติดจาก 6 ประเทศในลาตินอเมริกาที่เดินทางมาประชุมที่ไมอามี
แฟรงก์เริ่มผูกพันกับ แจ็ก ลูกชายของทั้งคู่ ซึ่งเขาทำหน้าที่รับ–ส่งไปโรงเรียนประถมด้วยรถออดี A8 W12 คันใหม่ แฟรงก์สอนกฎของเขาให้เด็กชายฟังเกี่ยวกับ “รถ” ได้แก่ เคารพรถของผู้ชาย เพื่อให้ได้รับความเคารพจากเจ้าของ, กล่าวทักทายหลังขึ้นรถ, คาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ และอย่าสัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้
ออเดรย์ขอบคุณแฟรงก์ที่ช่วยปกป้องแจ็กจากการเห็นการทะเลาะรุนแรงระหว่างเธอกับสามีในวันก่อน จากนั้นเธอขอให้แฟรงก์ช่วยขับรถพาแจ็กไปฉีดวัคซีนที่คลินิกในช่วงสุดสัปดาห์ โดยที่ทั้งสองไม่รู้เลยว่า บทสนทนานี้กำลังถูกดักฟังอยู่
หัวหน้ามาเฟียชื่อ จานนี ได้รับข้อมูลว่าแฟรงก์จะพาแจ็กไปพบแพทย์ในเช้าวันรุ่งขึ้นเวลา 9 โมง จากนั้นเขารับพัสดุ 2 กล่อง กล่องหนึ่งบรรจุ ไวรัสร้ายแรง อีกกล่องเป็น ยาต้านพิษ
คืนนั้น ออเดรย์ที่อยู่ในอาการมึนเมาเล็กน้อยมาหาแฟรงก์ที่บ้านและพยายามยั่วยวนเขา แต่แฟรงก์ปฏิเสธอย่างสุภาพและส่งเธอกลับบ้าน แฟรงก์เตรียมต้อนรับ สารวัตรทาร์โคนี เพื่อนตำรวจจากฝรั่งเศส ที่เดินทางมาใช้วันหยุดพักผ่อนที่ฟลอริดากับเขา
เช้าวันต่อมา ทีมของจานนีมาถึงคลินิกก่อนแจ็ก เมื่อแฟรงก์พาแจ็กไปตรวจ เขาเริ่มรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากใต้ประตูตู้เสื้อผ้า จึงรู้ว่าแพทย์และพนักงานต้อนรับถูกฆ่าและถูกปลอมตัวแทนที่
การต่อสู้ยาวนานปะทุขึ้นระหว่างแฟรงก์ที่ไม่มีอาวุธ กับกลุ่มคนร้ายที่นำโดย โลลา (เคต นอตา) แม้แฟรงก์จะจัดการพวกนั้นได้ แต่โลลาก็สั่งให้สมุนด้านนอกติดตั้งระเบิดไว้ใต้รถของเขา
แฟรงก์หนีออกมาพร้อมแจ็กได้สำเร็จ แต่เมื่อใกล้ถึงบ้าน เขาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า มีพลซุ่มยิงเล็งเป้าอยู่ และสามารถยิงทะลุกระจกรถกันกระสุนได้ด้วยกระสุนเจาะเกราะขนาด 7.62 มม. แฟรงก์จึงจำเป็นต้องให้โลลาขึ้นรถ และขับหนีไปพร้อมแจ็ก ท่ามกลางการไล่ล่าของตำรวจจำนวนมาก โดยแฟรงก์โชว์ทักษะการขับรถขั้นเทพอีกครั้ง
พวกเขามาถึงโกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งแฟรงก์ได้พบกับ จานนี หัวหน้าขบวนการที่เรียกค่าไถ่ 5 ล้านดอลลาร์จากครอบครัวบิลลิงส์ แฟรงก์ถูกสั่งให้ออกไปโดยไม่เอาแจ็กไปด้วย ระหว่างนั้น เขาพบว่ามีระเบิดติดอยู่กับรถ และสามารถถอดมันออกได้ในเสี้ยววินาทีก่อนจะระเบิด
การสืบสวนถูกควบคุมโดย เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง สเตปเปิลตัน แฟรงก์โทรแจ้งเจฟเฟอร์สันว่าคนร้ายกำลังหลบหนีด้วยเรือเร็ว 3 ลำ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเชื่อเขา เพราะเขาถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักพาตัว
หลังจ่ายค่าไถ่ แจ็กถูกส่งตัวกลับบ้าน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเด็กชายถูกฉีด ไวรัสมรณะ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อไปสู่ทุกคนที่เขาหายใจรด
แฟรงก์พบเข็มฉีดยาที่คนร้ายทิ้งไว้ที่คลินิก แม้จะถูกสงสัยจากทุกคน ยกเว้นออเดรย์ เขายังคงตามรอยหนึ่งในแพทย์ปลอมชื่อ ดิมิทรี โดยมีทาร์โคนีช่วยเหลือ แฟรงก์แกล้งทำเป็นฉีดไวรัสให้ดิมิทรี แล้วปล่อยให้เขาหนีไป ดิมิทรีตื่นตระหนก รีบไปหายาต้านพิษ และฆ่าคู่หูชื่อทิโปฟเพื่อแย่งยา โดยที่แฟรงก์สะกดรอยตามไป
แฟรงก์พบห้องแล็บลับ และค้นพบว่าไวรัสนี้ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ แจ็กติดเชื้อ และแพร่ไปสู่พ่อแม่ของเขาแล้ว
แฟรงก์ฆ่าดิมิทรี แต่แพทย์ในแล็บโยนขวดยาต้านพิษสองขวดออกไปนอกหน้าต่าง แฟรงก์เก็บมาได้เพียงขวดเดียว เขาแอบกลับเข้าไปในบ้านบิลลิงส์ และอธิบายความจริงทั้งหมดให้ออเดรย์ที่อาการเริ่มทรุดฟัง
เขาใช้ยาต้านพิษช่วยแจ็กไว้ได้ ขณะเดียวกัน เจฟเฟอร์สันซึ่งเริ่มไอหนัก ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมองค์กรต่อต้านยาเสพติดระดับโลก
แฟรงก์บุกไปที่บ้านของจานนี ซึ่งฉีดยาต้านพิษให้ตัวเองไว้แล้ว หลังจัดการลูกน้องทั้งหมด แฟรงก์เล็งปืนใส่จานนี แต่จานนีอธิบายว่า เขาทำงานให้แก๊งค้ายาโคลอมเบีย และแฟรงก์ไม่อาจฆ่าเขาได้ เพราะจะทำให้ยาต้านพิษใช้การไม่ได้ จากนั้นโลลาก็ปรากฏตัว ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
สุดท้าย แฟรงก์สามารถฆ่าโลลาได้ โดยเตะเธอกระเด็นไปกระแทกชั้นไวน์ที่เต็มไปด้วยเหล็กแหลม เขาตามล่าจานนีที่กำลังหนีด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว แฟรงก์ขับ ลัมโบร์กินี มูร์เซียลาโก โรดสเตอร์ ไล่ตามขึ้นรันเวย์ กระโดดขึ้นเครื่องบิน และต่อสู้กับจานนี กระสุนลั่นโดนนักบิน ทำให้เครื่องตกลงทะเล
แฟรงก์ทำให้จานนีเป็นอัมพาต เพื่อรักษายาต้านพิษในร่างเขาไว้ ก่อนจะพาตัวเองและจานนีกระโดดออกจากเครื่องบินที่กำลังจม เรือกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือในเวลาต่อมา
ครอบครัวบิลลิงส์ได้รับยาต้านพิษทั้งหมด เมื่อแฟรงก์ไปเยี่ยมพวกเขาที่โรงพยาบาล เขาเห็นทั้งสามอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จึงเลือกเดินกลับไปที่รถเงียบ ๆ โดยมีทาร์โคนีรออยู่ เขาส่งเพื่อนที่สนามบิน และเมื่ออยู่เพียงลำพัง แฟรงก์ก็ได้รับโทรศัพท์สายใหม่จากชายคนหนึ่งที่ต้องการ “ทรานสปอร์เตอร์”